รถหอน้ำดับเพลิง ขนาดความสูง 90 เมตร

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประภัยสำหรับอาคารขนาดสูงประมาณ 30 ชั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ได้จัดซื้อรถหอน้ำดับเพลิงพร้อมกระเช้าขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 90 เมตร จำนวน 1 คัน โดยได้ทำการส่งมอบและตรวจรับรถฯ ในวันที่22 ก.ค.52 และได้มีการฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษาแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานของ  สำนักป้องกันฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างจากกองโรงงานช่างกลระหว่างวันที่ 23—28 ก.ค.52 เวลา 08.30—16.00 น. ณ สถานีดับเพลิงสามเสน

 

มาทำความรู้จักเจ้ารถหอน้ำดับเพลิงพร้อมกระเช้าขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 90 เมตร ว่ามันเจ๋งขนาดไหน จากข้อมูลที่ได้เขาก็แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ 

1.BRONTO SKTLIFT F90HLA
ส่วนกระเช้าที่สามารถขึ้นที่สูงได้ถึง 90 เมตร หรือ อาคารสูงประมาณ 30 ชั้น แขนบูมยืด ออกด้าน ข้าง 32.5 เมตร และยื่นลงด้านล่างที่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน11.5 เมตร เมื่อขึ้นสูงสุดรับน้ำหนักได้รวม 400 กก. ในสถานะแรงลม12.5 m/s ซึ่งที่ส่วนปลายกระเช้าจะมีที่วัดแรงลมแขนบูมหมุนได้รอบทิศทาง360 องศา
2.MERCEDES-BENZ ACTROS4850
เครื่องยนต์และตัวถังเป็นเครื่องยนต์ของเมอร์ซิเดสเบนซ์ขนาด 480 แรงม้าที่ 1800 รอบตัวถังขนาด 10x4/4 น้ำหนักรวม 50 ตัน ความจุน้ำมันเชื้อเพลิงก็ 300ลิตร
3.ZIEGLER FIRE PUMP FPN-10-6000-2H
ปั้มน้ำดับเพลิงที่สามารถทำแรงดันสูงสุดถึง40 bar ปริมาณน้ำ 400 lpmหรือที่ 6000 lpmที่ 10 bar ขณะปั้มเดินปกติ ที่สายฉีดน้ำแรงดันสูงขนาดสาย 1นิ้วx150 ฟุต ก็ให้แรงดัน 200 lpmที่ 40 bar แต่หากเราใช้เป็นระบบ ้ผสมโฟมก็สามารถให้ปริมาณน้ำที่ 3000 lpm ที่แรงดัน 7 bar

 

 

สมรรถนะที่มากับเจ้า BRONTO SKYLIFT F90 ตัวนี้ต้องบอกว่า สูงอีกหนึ่งตัวถึงแม้ว่า ความยาวตัวรถจะลำบากหน่อยสำหรับการจราจรในกรุงเทพฯแต่ด้วยอุปกรณ์ ที่ทัน
สมัยไม่ว่าจะเป็นระบบกางขาหยั่งที่พัฒนาจาก บรอนโต้ตัวเก่าเป็นระบบออโตเมติกมีสวิตซ์ที่สามารถควบคุมการทำงานแค่กดปุ่ม ระบบขาหยั่งก็จะทำงานและตรวจวัดระดับให้ได้มุมหรือองศาที่อยู่ในระยะปลอดภัยซึ่งความกว้างเมื่อกางขาหยั่งก็อยู่ที่ 7 เมตรกำลังในการกางขาหยั่ง255กิโลนิวตันแรงกดที่ ขาช้าง 14.2 กก/ตร.ซม.แรงกดที่แผ่นรองก็ 3.6 กก/ตร.ซม. เมื่อเทียบกับบรอนโต้ตัวเก่าที่ต้องเซ็ตชุดขาหยั่งด้วยตัวเองซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของเจ้าหน้าที่และใช้เวลานานกว่าจะขึ้นกระเช้าได้

 

 

เมื่อตั้งขาหยั่งได้ก็สามารถยกบูมหลักขึ้นได้แล้วที่นี้ เมื่อกดสวิตซ์บูมหลักขึ้นบูมก็จะยกทำมุม 90 องศา หมุนได้ 360 องศา และยืดออกได้สูง 55 เมตร ส่วนที่เหลือ 35 เมตรเป็นส่วนของแขนท่อนสุดท้ายที่สามารถปรับขึ้น-ลง ตามระยะที่ ต้องการ(ดังกราฟ)อุปกรณ์กู้ภัยที่ติดมากับตัวรถที่แตกต่างจากตัวเก่าก็คือชุดปั้มไฮดรอลิคที่ให้แรงดันสูงถึง 200 bar ที่สามารถต่ออุปกรณ์ที่บนกระเช้าได้เลยทั้งระบบไฮดรอลิคและระบบไฟฟ้าที่แรงดัน 230 โวลท์ การควบคุมกระเช้า ยังไม่แตกต่างจากตัวเดิมมากนักแต่ด้วยระบบที่ใหม่กว่าความนิ่มนวลจึงค่อนข้างนิ่งกว่าเยอะ แต่หาก ความเร็วลมมากกว่า 12 m/s ระบบความปลอดภัยจะทำงานทำให้ตัดการทำงานทุกส่วนเจ้าหน้าที่ต้องปรับลดระดับความสูงลงจากปกติ การรับน้ำหนักของกระเช้า เมื่อฉีดน้ำ 3,800 ลิตร/นาที รับได้แค่ 124 กก. จากที่รับได้ 400 กก. เสีย Payload ไป 276 กก.ก็หมายความว่าขณะที่ยืดกระเช้าขึ้นสุดและฉีดน้ำเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานอยู่บนกระเช้าได้แค่คนเดียวเอาล่ะซิ....เพราะหากรับน้ำหนักมากกว่านี้ระบบความปลอดภัยก็จะทำงานตัดระบบควบคุมกระเช้าต้อง Reset ระบบกันใหม่

 

หลังเสร็จภารกิจ
ความยากมันอยู่ตรงนี้นี่เองการเก็บกระเช้าหลังจากเสร็จภารกิจ การลดปรับระดับบูมหลักลงต้องได้ระยะองศาที่มีเซ็นเซอร์ เป็นตัวกำหนดและกระเช้าต้องห่างจากพื้นมากกว่า 7 เมตร จึงจะสามารถเก็บกระเช้าได้

 ด้วยสมรรถนะของเจ้ารถหอน้ำคันนี้ก็เชื่อว่าจะทำให้เพิ่มประสทธิภาพงานดับเพลิงและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอาคารสูงเป็นอย่างดี ที่ปัจจุบันอาคารสูงนับวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และตัวเจ้าหน้าที่ประจำรถก็ต้องหมั่นศึกษาฝึกทบทวนการใช้งานให้เกิดความชำนาญ เพราะตามที่บริษัทเจ้าของรถคือ บรอนโต้ เขาทดสอบใช้เวลาในการใช้งานตั่งแต่เริ่มกางขาหยั่งจนกระทั่งยืดกระเช้าสูงสุดใช้เวลา 40 วินาที ยิ่งเราใช้เวลาน้อยเท่าไร ชีวิตผู้ประสบภัยที่รอความช่วยเหลือจากเราผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "นักดับเพลิงและกู้ภัย"ก็มีมากขึ้นเท่านั้น

 

Copyright