1.BRONTO SKTLIFT F90HLA ส่วนกระเช้าที่สามารถขึ้นที่
สูงได้ถึง 90 เมตร หรือ อาคารสูงประมาณ 30 ชั้น แขนบูมยืด
ออกด้าน ข้าง 32.5 เมตร และยื่นลงด้านล่างที่ต่ำกว่าระดับพื้นดิน
11.5 เมตร เมื่อขึ้นสูงสุดรับน้ำหนักได้รวม 400 กก. ในสถานะ
แรงลม12.5 m/s ซึ่งที่ส่วนปลายกระเช้าจะมีที่วัดแรงลม
แขนบูมหมุนได้รอบทิศทาง360 องศา

          2.MERCEDES-BENZ ACTROS4850 เครื่องยนต์และตัวถัง
เป็นเครื่องยนต์ของเมอร์ซิเดสเบนซ์ขนาด 480 แรงม้าที่ 1800 รอบ
ตัวถังขนาด 10x4/4 น้ำหนักรวม 50 ตัน ความจุน้ำมันเชื้อเพลิงก็
300ลิตร
         3.ZIEGLER FIRE PUMP FPN-10-6000-2H
ปั้มน้ำดับเพลิงที่สามารถทำแรงดันสูงสุดถึง40 bar ปริมาณน้ำ 400
lpmหรือที่6000 lpm ที่ 10 bar ขณะปั้มเดินปกติ ที่สายฉีดน้ำ

แรงดันสูงขนาดสาย 1นิ้วx150 ฟุต ก็ให้แรงดัน 200 lpmที่ 40 bar แต่ถ้าหากเราใช้เป็นระบบผสมโฟมก็สามารถให้ปริมาณน้ำ
ที่ 3000 lpm ที่แรงดัน 7 bar

 
   
   
   สมรรถนะที่มากับเจ้า BRONTO SKYLIFT F90 ตัวนี้ต้องบอกว่า สูงอีกหนึ่งตัว
ถึงแม้ว่า ความยาวตัวรถจะลำบากหน่อยสำหรับการจราจรในกรุงเทพฯแต่ด้วย
อุปกรณ์ที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นระบบกางขาหยั่งที่พัฒนาจาก บรอนโต้ตัวเก่าเป็น
ระบบออโตเมติกมีสวิตซ์ที่สามารถควบคุมการทำงานแค่กดปุ่ม ระบบขาหยั่งก็จะ
ทำงานและตรวจวัดระดับให้ได้มุมหรือองศาที่อยู่ในระยะปลอดภัยซึ่งความกว้าง
เมื่อกางขาหยั่งก็อยู่ที่ 7 เมตรกำลังในการกางขาหยั่ง255กิโลนิวตันแรงกดที่
ขาช้าง 14.2 กก/ตร.ซม. แรงกดที่แผ่นรองก็ 3.6 กก/ตร.ซม. เมื่อเทียบกับ
บรอนโต้ตัวเก่าที่ต้องเซ็ตชุดขาหยั่งด้วยตัวเองซึ่งต้องอาศัยความชำนาญ
ของเจ้าหน้าที่และใช้เวลานานกว่าจะขึ้นกระเช้าได้
   เมื่อตั้งขาหยั่งได้ก็สามารถยกบูมหลักขึ้นได้แล้วที่นี้ เมื่อกดสวิตซ์บูมหลักขึ้น
บูมก็จะยกทำมุม 90 องศา หมุนได้ 360 องศา และยืดออกได้
สูง 55 เมตร ส่วนที่เหลือ 35 เมตรเป็นส่วนของ
แขนท่อนสุดท้ายที่สามารถปรับขึ้น-ลง ตามระยะที่ ต้องการ(ดังกราฟ) อุปกรณ์กู้ภัยที่ติดมากับตัวรถ
ที่แตกต่างจากตัวเก่าก็คือชุดปั้มไฮดรอลิคที่ให้แรง



ดันสูงถึง200 bar ที่สามารถต่ออุปกรณ์ที่บนกระเช้า
ได้เลย ทั้งระบบไฮดรอลิคและระบบไฟฟ้าที่แรงดัน
230 โวลท์ การควบคุมกระเช้า ยังไม่แตกต่างจาก
ตัวเดิมมากนักแต่ด้วยระบบที่ใหม่กว่าความนิ่มนวล
จึงค่อนข้างนิ่งกว่าเยอะ แต่หากความเร็วลมมาก
กว่า 12 m/s ระบบความปลอดภัยจะทำงานทำให้
ตัดการทำงานทุกส่วนเจ้าหน้าที่ต้องปรับลดระดับ
ความสูงลงจากปกติ การรับน้ำหนักของกระเช้า
เมื่อฉีดน้ำ3,800 ลิตร/นาที รับได้แค่ 124 กก. จากที่รับได้ 400 กก.เสีย Payload ไป
276 กก.ก็หมายความว่าขณะที่ยืดกระเช้าขึ้นสุดและฉีดน้ำเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานอยู่บน
กระเช้าได้แค่คนเดียวเอาล่ะซิ....เพราะหากรับน้ำหนักมากกว่านี้ระบบความปลอดภัยก็จะทำงาน
ตัดระบบควบคุมกระเช้าต้อง Reset ระบบกันใหม่
หลังเสร็จภารกิจ
           ความยากมันอยู่ตรงนี้นี่เองการเก็บกระเช้าหลังจากเสร็จภารกิจ การลดปรับระดับบูมหลักลงต้องได้ระยะองศาที่มีเซ็นเซอร์ เป็นตัวกำหนดและกระเช้าต้องห่างจากพื้นมากกว่า 7 เมตร จึงจะสามารถเก็บกระเช้าได้
           ด้วยสมรรถนะของเจ้ารถหอน้ำคันนี้ก็เชื่อว่าจะทำให้เพิ่มประสทธิภาพงานดับเพลิงและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ในอาคารสูงเป็นอย่างดี ที่ปัจจุบันอาคารสูงนับวันจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และตัวเจ้าหน้าที่ประจำรถก็ต้องหมั่นศึกษา
ฝึกทบทวนการใช้งานให้เกิดความชำนาญ เพราะตามที่บริษัทเจ้าของรถคือ บรอนโต้ เขาทดสอบใช้เวลาในการใช้งานตั่งแต่
เริ่มกางขาหยั่งจนกระทั่งยืดกระเช้าสูงสุดใช้เวลา 40 วินาที ยิ่งเราใช้เวลาน้อยเท่าไร ชีวิตผู้ประสบภัยที่รอความช่วยเหลือจาก
เราผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "นักดับเพลิงและกู้ภัย"ก็มีมากขึ้นเท่านั้น

บทความโดย: samsen33

 
 

เรื่องอื่นๆที่สนใจ
12 ประเด็นที่มีผลกับชีวิตนักดับเพลิง
ทดสอบสมรรถภาพร่างกายจิตใจ เจ้าหน้าที่
ดับเพลิง ปี"52

รู้จักไฟ ภัยที่ใกล้ตัว

อัคคีภัยป้องกันได้
เครื่องมือพิชิตไฟ
รู้จักหนีไฟ เพื่อชีวิตตัวคุณ
ป้องกันเพลิงไหม้จาก " ก๊าซหุงต้ม "
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกไฟไหม้

คู่มือการระงับอุบัติภัยจากสารเคมี

งูเข้าบ้าน ทำอย่างไรดี

 
 
1
free hit counters